นิทานก่อนตื่น
posted on 31 Mar 2010 03:42 by butterflyclub
ฟังนิทานก่อนนอนกันมาเยอะแล้ว ลองฟังนิทานก่อนตื่นกันบ้าง
หวังว่าเมื่อท่านอ่านจบจะช่วยให้ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนะครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ยังมีพระรูป
หนึ่งซึ่งบวชเรียนตั้งแต่ยังเป็นเด็กศึกษาทางธรรมมาโดยตลอด เป็นพระ
ที่เคร่งในพระธรรมวินัย และเป็นพระนักพัฒนาช่วยให้หมู่บ้านแห่งนี้มี
ความเจริญทั้งทางธรรมและทางวัตถุ ชาวบ้านต่างก็เลื่อมใสศรัทธาในตัว
ของท่าน "พระกานต์" คือสมญานามของพระรูปนี้ จวบจนท่านอายุเข้าสู่
วัยเบญจเพศก็มีเหตุให้ผ้าเหลืองต้องร้อน...
พ่อของพระกานต์ได้ก่อคดีฆ่าคนตายเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบ หลังที่ก่อ
คดีแล้วพ่อของพระกานต์ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงเดินทางมาที่วัดเพื่อ
สารภาพบาปกับพระกานต์ เมื่อพระกานต์ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจึงเสนอ
ตัวขอรับผิดแทน ด้วยความกตัญญูและไม่ต้องการให้พ่อซึ่งอายุมากแล้ว
ต้องไปทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุก พระกานต์จึงขอลาสิกขาบทและเข้ามอบ
ตัวกับตำรวจพร้อมหลักฐานคือปืนที่พ่อนำมาให้ที่วัด ส่วนพ่อของพระกานต์
ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าหายไปไหน รู้แต่เพียงว่าหนีไปบวชที่วัดป่าแห่ง
หนึ่งทางภาคอีสาน
ตำรวจและชาวบ้านไม่มีใครเชื่อว่าพระที่ปฏิบัติธรรมอย่างพระกานต์จะฆ่า
คนตายได้ ขนาดมดสักตัวท่านยังไม่เคยคิดที่จะรังแก แต่ตำรวจก็จำเป็น
ต้องดำเนินคดีตามหลักฐานซึ่งชี้มูลความผิดได้อย่างถูกต้อง และเพราะ
ความขี้เกียจของตำรวจไทยที่ต้องการจะปิดคดีให้ได้โดยเร็ว โดยที่ไม่
เคยคำนึงเลยว่า จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องหรือ
ความเร็วในการดำเนินคดีมากกว่ากัน
พระกานต์ถูกตัดสินให้จำคุก 20 ปี แต่เนื่องจากผู้ต้องหาให้การสารภาพ
ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีศาลจึงพิจารณาลดหย่อนโทษให้ครึ่งหนึ่ง
ให้เหลือโทษจำคุก 10 ปี พระกานต์เป็นคนดีและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่
ดีมาโดยตลอด แต่บัดนี้เขาต้องเข้าไปอยู่ในคุกซึ่งเต็มไปด้วยเสือสิงห์
กระทิงแรด พระกานต์จะสามารถเอาชนะอุปสรรคอันใหญ่หลวงครั้งนี้ได้
หรือไม่ คุณจะยังศรัทธากับคำว่า "ธรรมะย่อมชนะอธรรม" อยู่อีกหรือ
ในเมื่อธรรมะมีแค่ 1 แต่อธรรมมีเป็น 1,000
อาจเป็นเพราะบารมีของพระที่คอยปกป้องคนดี จึงทำให้ตอนอยู่ในคุก
พระกานต์ไม่เคยถูกข่มเหงจากนักโทษคนอื่นเลย สาเหตุคงเป็นเพราะ
บรรดานักโทษต่างก็ตั้งฉายาให้ว่าท่านว่า "นักฆ่ามหากานต์" ซึ่งฉายานี้
ใครได้ฟังต่างก็รู้สึกเกรงกลัวเพราะมันดูน่าเกรงขาม ทั้งที่จริงคำว่า
"มหากานต์" แปลว่าคนชื่อกานต์ที่ชอบปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ "มหากาฬ"
ที่แปลว่าคนที่มีใจดำอำมหิต ด้วยความเข้าใจผิดจึงไม่มีใครกล้าหือกับ
ท่านเลยสักคน
1 ปีผ่านไปพระกานต์พบว่าในคุกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ท่านคิด มันก็คือ
สังคมอีกสังคมหนึ่งซึ่งมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป คนที่ติดคุกไม่ได้
เป็นคนเลวเสมอไป บางคนก็ติดคุกเพราะเป็นแพะรับบาป บางคนเป็นคน
ดีแต่ที่ต้องติดคุกก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งถ้าพ่อของพระกานต์ถูกจับก็คง
เป็น 1 ในนั้น บางคนไม่มีญาติพี่น้องไม่มีอันจะกินก็หาเรื่องติดคุกจะได้มี
ที่กินที่นอนฟรี อยู่ข้างนอกก็อดตายเปล่าๆ บางคนค้ายาบ้าเพียงเพราะ
ต้องการหาเงินไปรักษาแม่ที่กำลังป่วย ฟังดูเหมือนนิยายน้ำเน่าแต่นี่คือ
ชีวิตจริงของสังคมไทย
พระกานต์ถือโอกาสเผยแพร่ธรรมะให้กับบรรดานักโทษที่อยู่ในคุก
เพราะท่านตระหนักดีว่านักโทษทุกคนล้วนมีอดีตที่เลวร้ายและมี
ความทุกข์ที่คอยเกาะกินจิตใจอยู่เรื่อยมา นักโทษก็ต้องการธรรมะเพื่อ
กล่อมเกลาจิตใจที่หยาบกร้านให้ละเอียดอ่อนลงไม่ต่างจากคนทั่วไป
บรรดานักโทษให้ความสนใจธรรมะของพระกานต์เป็นอย่างมาก อาจเป็น
เพราะคนไทยเวลาเป็นทุกข์ต้องการฟังธรรมะจากพระมากกว่าคำปรึกษา
จากจิตแพทย์ และธรรมะพระกานต์ก็สามารถตอบสนองความต้องการ
ของบรรดานักโทษได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้พระกานต์จึงเป็นที่รักของ
บรรดานักโทษและผู้คุมทุกคน
5 ปีผ่านไป พระกานต์ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากตอนอยู่ใน
คุกปฏิบัติตัวดีมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าคนดีไม่ว่าจะตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหนก็ตามสุดท้ายก็สามารถผ่านพ้นมันไปได้
ด้วยความดี ดังคำกล่าวที่ว่า "คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้"
ถ้าจะมองย้อนกลับไปสังคมของพระภิกษุสงฆ์ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนดีๆ คนที่
บวชเพื่อหนีคดีก็มีเยอแยะ บางคนบวชเพราะต้องการหนีหนี้ บางคนบวช
เพราะต้องการหนีความจริง บ้างก็ตั้งเป็นแก็งค์พระปลอมอาศัยผ้าเหลือง
หากิน พระที่เสพเมถุนก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ตามหน้าหนึ่งของ
หนังสือพิมพ์
ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีทั้งความดีและความเลวปะปนอยู่ในตัวของเราเอง
ไม่มีใครมีสีขาวบริสุทธิ์และไม่มีใครมีสีดำสนิท ทุกคนล้วนเป็นมีสีเทาๆ
เราไม่ควรวัดคุณความดีของคนที่เปลือกนอก อย่ายึดติดกับหน้าตา
การแต่งตัว สถานะ ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ และสถานที่ที่เขาอยู่
เพราะกำแพงวัดและกำแพงเรือนจำไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำมาใช้แบ่งกั้น
ความดีความเลวของคนให้แยกออกจากกันได้
เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์เราสมมุตมันขึ้นมาเองทั้งสิ้น
ดังนิทานที่เล่ามาข้างต้น
"นักโทษบางคนยังดีกว่าพระสงฆ์บางรูป
ขณะเดียวกันพระสงฆ์บางรูปก็ไม่ได้ดีไปกว่านักโทษบางคน"
"เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง ฯ "
พระธรรมโฆษาจารย์
[ พุทธทาส ภิกฺขุ ]
edit @ 1 Apr 2010 04:32:09 by นิทานผีเสื้อ

