ชีวิต...ได้อีก

posted on 23 Jul 2009 01:44 by butterflyclub

จากการที่ผมได้มีโอกาสไป Workshop ความคิดสร้างสรรค์กับนิ้วกลม ทำให้ผมซึ่งเคยคิดว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่ง พึ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วผมยังไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์แบบนอกกรอบอย่างแท้จริง เพราะที่เป็นอยู่มันเป็นเพียงความคิดนอกกรอบที่มีกรอบครอบอีกทีนึง

แล้วเราจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้กรอบครอบได้อย่างไร นิ้วกลมบอกเอาไว้ว่าเราต้องหัดคิดแบบ KID หรือคิดแบบเด็กคิด เพราะเด็กมีจินตนาการที่กว้างไกลไร้ขอบเขต พยายามใช้สมองซีกขวาซึ่งเป็นด้านจินตนาการให้มากกว่าสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นด้านของเหตุผล ไม่มีคำว่าผิดในโลกของจินตนาการ โลกเราคงไม่มีเครื่องบินถ้าพี่น้องตระกูลไรท์เชื่อเหตุผลที่ว่าคนเราไม่มีทางบินได้มากกว่าจินตนาการที่เขามีอยู่ ถ้าเราทุกคนต่างคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้วเลิกคิดจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โลกเราก็คงไร้ซึ่งนวัตกรรม

เมื่อมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว เราจำเป็นที่จะต้องมีความกล้าที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์นั้นออกมาด้วย อย่าอายหรือแคร์ความคิดของคนอื่นที่อาจมองว่าเราเพี้ยน ที่สำคัญอย่าหยุดความคิดไว้เพียงแค่นั้น คิดได้แล้วต้องเหลาให้แหลม เหมือน Windows หรือโปรแกรมต่างๆ ที่พัฒนาเวอร์ชั่นใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะชีวิตมีขั้นกว่าเสมอ

เราต้องหัดตั้งคำถาม "จริงเหรอ" กับสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา เพราะคำถามนี้จะทำให้เราหลุดจากกรอบเดิมๆ เช่น จริงเหรอที่ก่อนนอนต้องกล่าวคำว่า "ราตรีสวัสดิ์" หรือ "ฝันดี" เท่านั้น กล่าวคำอื่นได้อีกรึเปล่า เช่น "เจอกันในฝัน" หรือ "อย่าลืมแปรงฟันก่อนนอน" หรือ "ฝันเห็นเลขอย่าลืมเผื่อแผ่กันมั้ง" ฯลฯ

นาฬิกาปลุก จริงเหรอที่เสียงปลุกจะมีได้แค่เสียง "กริ๊งงงงงง" กับ "ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ" เท่านั้น ถ้าไม่ใช้ 2 เสียงนี้ เราสามารถใช้เสียงอะไรได้อีก...ลองคิดกันดูเล่นๆ นะครับ
.
KID
.
KID
.
KID
.
นาฬิกาปลุกอาจมีเสียง "ไฟไหม้ๆๆๆ" หรือ "เสียงหวอ" ของรถดับเพลิง คำเตือนเสียงแบบนี้อาจทำให้เพื่อนบ้านพลอยตื่นไปกับเราด้วยนะครับ หรือเสียงอื่นๆ อันนี้ก็แล้วแต่จินตนาการของใคร แค่ตั้งคำถามแล้วคิดต่อแค่นี้ก็เกิดไอเดียใหม่ๆ แล้ว
หมายเหตุ : แต่บ่อยครั้งที่พอเราตื่นขึ้นมาเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อเฉยเลย กรณีนี้เราจะแก้ปัญหายังไง...
คงต้องเอานาฬิกาปลุกไปไว้ที่ชั้น 1 (กรณีห้องนอนอยู่ชั้น 2) แต่ต่อลำโพงขึ้นห้องนอนชั้น 2 ถ้าจะปิดนาฬิกาปลุกมีทางเดียวก็คือต้องเดินลงบันไดไปชั้น 1 เสียก่อน แต่จะให้ปิดได้เลยมันก็ดูจะง่ายเกินไปหน่อย เราจึงแขวนนาฬิกาไว้ในที่สูงในระดับที่มือเอื้อมไม่ถึง การจะปิดนาฬิกาปลุกก็ต้องกระโดดขึ้นไปคว้ามันลงมา ทั้งกระโดดทั้งเดินขึ้นลงบันไดแค่นี้ก็น่าจะทำให้ตาสว่างได้แล้วล่ะครับ

ถ้าคิดต่อไปอีกล่ะ จริงเหรอที่ใช้เสียงปลุกได้เท่านั้น ถ้าไม่ใช้เสียงใช้อะไรปลุกได้อีก...
.
KID
.
KID
.
KID
.
อาจใช้แรงสั่นสะเทือนหรือเรียกว่าระบบสั่นแทนระบบเสียงก็ได้ โดยติดตั้งเครื่องสร้างแรงสั่นสะเทือนกับหมอนและเตียงที่เรานอนพ่วงเข้ากับนาฬิกาปลุก เมื่อถึงเวลาปลุกหมอนและเตียงก็จะสั่นสะเทือนปลุกให้เราตื่นโดยปราศจากเสียง เพื่อไม่ให้เสียงปลุกแบบเดิมๆ ไปรบกวนบุคคลรอบข้างที่ยังไม่อยากตื่นพร้อมเรา
หมายเหตุ : กรณีต้องการปลุกให้ทุกคนในบ้านตื่นพร้อมกันแนะนำให้ใช้นาฬิกาปลุกที่เปิดทั้งระบบเสียงและระบบสั่น โดยติดตั้งเครื่องสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งบ้านเอาความแรงซัก 8 เร็กเตอร์ก็พอ  พร้อมทั้งเสียงปลุกซึ่งมีเสียงว่า "แผ่นดินไหวๆๆๆ" แค่นี้รับประกันตื่นกันทั้งบ้าน

แค่ตั้งคำถามแล้วคิดต่อก็เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้อีก ยังครับยังไม่พอคุณคิดว่ายังใช้อะไรปลุกได้อีก...
.
KID
.
KID
.
KID
.
อาจปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ออกมาจากที่นอน เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ตื่นตัว ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นการปลุกที่ละมุนที่สุด เพราะเหมือนเป็นการตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อคุณตื่นแล้วแม้จะข่มตาหลับอีกก็ไม่สามารถหลับลงได้เพราะเซลล์ในร่างกายถูกปลุกให้ตื่นตัวเสียแล้ว
คำเตือน : ให้ใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เท่านั้นนะครับ ห้ามใช้กระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ในการปลุก มิฉะนั้นนาฬิกาปลุกอาจกลายเป็นนาฬิกาปลิด (ชีวิต) แทน

จะเห็นได้ว่าถ้าเราไม่หยุดคิด "ชีวิตจะมีขั้นกว่าเสมอ" (ขนาดขุนแผนที่ว่าหน้าหม้อสุดๆ แล้ว ก็ยังแพ้ Harry "Potter" ที่หม้อกว่า) 

แต่ผมว่าคงไม่มีนาฬิกาปลุกเครื่องไหนที่มีเสียงไพเราะมากไปกว่าคำว่า "ตื่นได้แล้วจ๊ะ" พร้อมด้วยระบบสัมผัสจากมืออันอ่อนโยนที่คอยมาแตะหน้าผากเราตอนที่เราไม่สบาย นาฬิกาปลุกที่ใครๆ ก็มีอยู่ในบ้าน...
 
"แม่"

edit @ 24 Jul 2009 02:07:12 by นิทานผีเสื้อ

edit @ 24 Jul 2009 22:45:45 by นิทานผีเสื้อ

edit @ 4 Sep 2009 08:55:41 by นิทานผีเสื้อ

edit @ 4 Sep 2009 08:56:00 by นิทานผีเสื้อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ

บางที มันก็มีหลายมุมที่เราต้องหัดมองใหม่
มองให้ละเอียดกว่าเดิม
ลึกกว่าเดิม

และครีเอทีฟกว่าเดิม

..
ทึ่งในความคิดหลายอย่างของพี่เอ๋มากมาก
สุดยอดจริงๆ



ปอลอ.
เราโบว์เองค่ะ
(โบว์ที่ใส่แว่นกรอบสีขาวค่ะ)
ถ่ายรูปหมู่กับพี่เอ๋ พี่ชิงและพี่กิ๊กตอนงานเลิกอะคะ

ไว้เจอกันใหม่นะค่ะพี่ไม่อวบ แต่ชื่ออั๋น (ใช่มะ ?)
๕๕๕

งานดีๆ อย่างนี้มีอีกที ห้ามพลาดดดด !!
big smile

#1 By Millhz on 2009-07-23 22:25

จำได้ว่าเหนื่อยมากวันนั้น กลับมานี่สลบเหมือดเลย
แต่ก็สนุกมากเหมือนกัน ไม่เคยได้ใช้สมองซีกความคิดสร้างสรรค์นานขนาดนี้เลย (ซีกขวาใช่มั้ย? ไม่เคยจำได้ซักที สงสัยคงต้องกลับไปกินเบรนฟิตที่ "ห้องนั้น" อีกรอบ)

พี่อั๋นแต่ไม่อวบ แม้ในความเป็นจริงเราตัวเลขอายุจะต่างกัน (ซึ่งมันก็แค่ตัวเลขสิ่งสมมติที่เราใช้นับเท่านั้น)
แต่ในเมื่อพี่เอ๋ และ น้องเอ๋(ของพี่อั๋นแต่ไม่อวบ)บอกให้เราคิดแบบKid เราจึงกลายเป็นเด็กเหมือนกัน

เด็กมันไม่สนใจว่ารุ่นไหนหรอกเนอะ
วันนั้นเด็กทั้งห้องถึงได้เล่นกันสนุกและเมามันขนาดนั้นไง
ฮ่า ฮ่า

ดีใจทีได้เล่นสนุกด้วยกันนะเด็กชายอั๋น

จากเด็กหญิงปลา
เดี๋ยวผิวปากให้ฟังนะคะ
confused smile

#2 By moofisho on 2009-07-30 23:14

สวัสดีค่ะพี่อั๋น
ชอบตอนจบของบทความนี้ค่ะ
นาฬิกาปลุกบ้านๆทั่วไป ถ้าเราไม่อยากตื่น กดทิ้ง มันก็หยุด โดยไม่สนว่าเราตื่นหรือยัง
ต่างกับแม่ ยังไงก็ต้องตื่นให้ได้ 5555

เหมือนช่วงนี้สมองเริ่มกลับมาเข้าเส้นทางวิชาการ ตรรกะ และเหตุผลอีกละ อยากกลับไปคิดแบบ KID อีกจังเลยopen-mounthed smile

#3 By aPotastucu_Pam on 2009-08-03 21:16

55+

กรณีของยุ้ยนะพี่อั๋น
ให้พี่ฟงโทรปลุกดีสุดด..

ปลายสายจะตะโกนบอกว่า..
"ไอ้ย้วย ตื่นเว้ย
ไอ้ทุเรศจะนอนไปถึงไหน
เดี่ยวก้ไปเรียนไม่ทันหรอก บลา บลา บลา .."
แค่นี้ก็ตื่นแล้วล่ะ

แต่นาฬิกาปลุกเสียงแม่
จะตื่นเร็วสุด ฮ่า ๆ ๆ

ปล.พี่เอ่เจ๋งโคตร งี้แหละหวานใจยุ้ย ฮว่า ๆ ๆ